จุดนี้ก็อาจสะท้อนถึงกรณีเด็กอ่านหนังสือไม่ออกด้วย ?!?
ทั้งนี้ ยกตัวอย่างที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ที่ผ่านมาก็มีปัญหาเด็กนักเรียนอ่านหนังสือและเขียนหนังสือไม่ได้-ไม่คล่อง เช่นโรงเรียนบ้านนาคอก ซึ่งสอนนักเรียนระดับอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนส่วนใหญ่ประสบปัญหาอ่านหนังสือไม่ออก-เขียนหนังสือไม่ได้ ซ้ำบางคนยังเป็นเด็กบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ด้วย
จากเนื้อหาบางส่วนในบทความเรื่อง โครงการนำร่องห้องสมุด โรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร ของ ผศ.นงนาถ ชัยรัตน์ ก็ระบุว่า...จากการที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้เดินทางไป จ.น่านระหว่างวันที่ 26-28 พ.ย. 2550 เพื่อเยี่ยมเยียนนิสิตในโครงการสนับสนุนครูโรงเรียน พบว่าปัญหาที่คล้ายคลึงกันในหลายโรงเรียนคือ นักเรียนไม่สามารถอ่านหนังสือออกได้ตามวัยของนักเรียน
อดุลย์ จิณะชิต ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาคอก อ.บ่อเกลือ จ.น่าน บอกว่า...สาเหตุที่เด็กนักเรียนอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้ตามวัยนั้น มาจากหลายสาเหตุ อาทิ จากครอบครัวที่พ่อแม่ไม่ได้เป็นต้นแบบในการเรียน, จากการที่ครูมีจำนวนน้อยกว่าเด็ก, จากการที่เด็กขาดสารอาหารไอโอดีนทำให้เป็นโรคคอพอก และยังเป็นโรคพยาธิ อันเกิดจากสุขลักษณะนิสัยที่ผิด นอกจากนี้ ยังมีเด็กแอลดีอีกด้วย โดยบางคนรุนแรงเกือบถึงขั้นปัญญาอ่อน
ที่น่าสังเกตและเป็นปัญหามากก็คือ ทุกโรงเรียนในพื้นที่ อ.บ่อเกลือ จะมีเด็กแอลดี-เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ อยู่แทบทุกโรงเรียน อาทิ โรงเรียนบ้านนาคอก โรงเรียนบ้านนาคอกสาขานาบง
เด็กพวกนี้จะสมาธิสั้น รับรู้ช้า ครูต้องย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งทางครูจะไปบังคับเด็กให้เรียนนานมากก็ไม่ได้ เพราะเด็กจะไม่มาโรงเรียนเลย ซึ่งขณะนี้ก็พยายามแก้ไขด้วยการจัดโครงการ ทุ่มตรง วางทุกอย่าง อ่านทุกคน ขอความร่วมมือครู ผู้ปกครอง และคนในหมู่บ้าน ให้ช่วยเหลือตรวจสอบการอ่านออกเสียงของเด็กวันละอย่างน้อย 10-15 นาที... ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาคอกกล่าว
ด้าน ดร.กุลยา ก่อสุวรรณ ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้ที่มีความสามารถพิเศษและเด็กที่มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ มศว บอกว่า... อีกสาเหตุของการไม่ชอบอ่านหนังสือ อ่านน้อย อ่านไม่ออก อ่านไม่แตก หรือเขียนหนังสือไม่ได้ คือส่วนหนึ่งเป็นเด็กแอลดี (Learning Disability) ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเด็กออทิสติก, บกพร่องทางสติปัญญา, บกพร่องทางสายตา, บกพร่องทางการได้ยิน ฯลฯ
เด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่เด็กปัญญาอ่อน ไอคิวปกติ แต่บกพร่องอยู่ 2 เรื่องคือการอ่าน-เขียน และคณิตศาสตร์ ซึ่ง 80% จะอ่านตะกุกตะกัก อ่านข้ามคำ อ่านจับใจความไม่ได้ พบมากในเด็ก ป.2-ป.4
เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจ คิดว่าเด็กขี้เกียจ สมาธิสั้น ไม่ใส่ใจการเรียน จึงไม่ได้สังเกต เมื่อเวลาผ่านไปจนเข้าชั้นมัธยมฯแล้ว เพิ่งจะมารู้ว่าเด็กยังอ่านหนังสือไม่ดีเลย ซึ่งการอ่านเป็นพื้นฐานของการเรียน ดังนั้น เมื่อเรียนอะไรก็จะเรียนไม่รู้เรื่อง แม้จะพยายามเคี่ยวเข็ญมากก็ตาม และส่งผลให้หนีเรียน ขาดเรียน เพราะเรียนไม่รู้เรื่อง ...ดร.กุลยากล่าว
พร้อมทั้งบอกด้วยว่า... มีเด็กแอลดีอยู่ประมาณ 5-10% ของประชากรในวัยเรียนทั่วโลก และ 80% จะมีความบกพร่องเรื่องการอ่าน โดยอาจจะมาจากสาเหตุหลัก ๆ เช่น จากการที่พ่อแม่ไม่สนใจสังเกตการณ์การเรียนของลูก จากการทบทวนบทเรียนด้วยการใช้สื่อใหม่อย่าง วิดีโอ คอมพิวเตอร์ มากเกินไป รวมถึงจากการอ่านในใจก็อาจจะเป็นสาเหตุให้อ่านหนังสือตะกุกตะกักได้ เวลาต้องออกเสียง
กับปัญหาในเรื่องนี้ ครูก็ต้องทำงานหนักมากขึ้น อย่างไรก็ดี ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ทั้งสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญ ต้องช่วยกันแก้ไข ซึ่งเด็กไทยยุคปัจจุบันโดยทั่วไปก็ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว อีกทั้งยังมีกลุ่มเด็กแอลดีอีก ปัญหา เด็กไทยอ่านหนังสือไม่ออก-ไม่คล่อง ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น
ขนาดเด็กในพื้นที่กรุงเทพฯเมืองหลวงก็ยังมีปัญหานี้
แล้วเด็กในต่างจังหวัดห่างไกลล่ะ...จะขนาดไหน ??
อ่านไม่ออก-อ่านไม่คล่อง เด็กไทยยังน่าห่วง !!!!.
ที่มาของข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์ |