รับสมัครแนวร่วมจิตอาสา
หรือท่านที่ทำอยู่แล้ว เราจะ ช่วยท่านประชาสัมพันธ์ สิ่งดีๆ ที่ท่านได้ทำให้กับ บ้านเกิด

ส่งอีเมล์และรูปกิจกรรม
ประวัติกลุ่มของท่านมาที่
pr@nan2day.com

MSN;
moozerdoi@hotmail.com

สมาชิกลอกอินที่นี่ครับ
 
 
กรุณาต้อนรับสมาชิกใหม่ benjawan, คือผู้ใช้คนใหม่
ฝากข่าวสมาชิก

 

ยอมรับว่ามีเด็กบางส่วน “อ่านหนังสือไม่คล่อง”
ทั้งนี้ ยกตัวอย่างที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ที่ผ่านมาก็มีปัญหาเด็กนักเรียนอ่านหนังสือและเขียนหนังสือไม่ได้-ไม่คล่อง เช่นโรงเรียนบ้านนาคอก ซึ่งสอนนักเรียนระดับอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนส่วนใหญ่ประสบปัญหาอ่านหนังสือไม่ออก-เขียนหนังสือไม่ได้ ซ้ำบางคนยังเป็นเด็กบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ด้วย

หลังมีจดหมายถึงรายการทีวีสนทนาประสาสมัครที่จัดโดย สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องที่เด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. “อ่านหนังสือไม่ออก” ทางรองผู้ว่าฯ กทม. พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็ออกมาชี้แจงแถลงไขอย่างนั้นอย่างนี้ ทำนองว่าคุณภาพการอ่านของเด็กนั้นที่จริงดีขึ้นกว่าเมื่อ 4 ปีก่อน...
 
แต่ก็ยอมรับว่ามีเด็กบางส่วน “อ่านหนังสือไม่คล่อง”
 
กับเรื่องนี้...ที่จริงมิใช่มีปัญหาแค่ในเขตกรุงเทพฯ ว่ากันในภาพรวมทั่วประเทศ เด็กไทยอ่านหนังสือไม่ออก อ่านหนังสือไม่คล่อง หรือ “อ่านหนังสือไม่แตก” ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม

 
ย้อนไปดูผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อปี 2548 พบว่าประเทศไทยมีผู้ไม่อ่านหนังสือถึง 22.4 ล้านคน หรือเกือบ 40% ของประชากรทั้งประเทศ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ อาทิ ชอบดูทีวี หรือฟังวิทยุ หรือไม่ชอบ หรือไม่สนใจ โดยสถิติคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 2 เล่มเท่านั้น ขณะที่คนสิงคโปร์อ่านปีละ 40-50 เล่ม คนเวียดนามอ่านปีละ 60 เล่มซึ่งมากกว่าคนอเมริกันที่อ่านปีละ 50 เล่ม และที่น่าตกใจ-น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้นก็คือเมื่อดูจากตัวเลขการอ่านหนังสือเป็นบรรทัดแล้ว คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยแค่วันละ 6 บรรทัด

จุดนี้ก็อาจสะท้อนถึงกรณีเด็กอ่านหนังสือไม่ออกด้วย ?!?
 
ทั้งนี้ ยกตัวอย่างที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ที่ผ่านมาก็มีปัญหาเด็กนักเรียนอ่านหนังสือและเขียนหนังสือไม่ได้-ไม่คล่อง เช่นโรงเรียนบ้านนาคอก ซึ่งสอนนักเรียนระดับอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนส่วนใหญ่ประสบปัญหาอ่านหนังสือไม่ออก-เขียนหนังสือไม่ได้ ซ้ำบางคนยังเป็นเด็กบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ด้วย

 
จากเนื้อหาบางส่วนในบทความเรื่อง “โครงการนำร่องห้องสมุด โรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร” ของ ผศ.นงนาถ ชัยรัตน์ ก็ระบุว่า...จากการที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้เดินทางไป จ.น่านระหว่างวันที่ 26-28 พ.ย. 2550 เพื่อเยี่ยมเยียนนิสิตในโครงการสนับสนุนครูโรงเรียน พบว่าปัญหาที่คล้ายคลึงกันในหลายโรงเรียนคือ นักเรียนไม่สามารถอ่านหนังสือออกได้ตามวัยของนักเรียน
 
อดุลย์ จิณะชิต ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาคอก อ.บ่อเกลือ  จ.น่าน บอกว่า...สาเหตุที่เด็กนักเรียนอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้ตามวัยนั้น มาจากหลายสาเหตุ อาทิ จากครอบครัวที่พ่อแม่ไม่ได้เป็นต้นแบบในการเรียน, จากการที่ครูมีจำนวนน้อยกว่าเด็ก, จากการที่เด็กขาดสารอาหารไอโอดีนทำให้เป็นโรคคอพอก และยังเป็นโรคพยาธิ อันเกิดจากสุขลักษณะนิสัยที่ผิด นอกจากนี้ ยังมีเด็กแอลดีอีกด้วย โดยบางคนรุนแรงเกือบถึงขั้นปัญญาอ่อน
 
ที่น่าสังเกตและเป็นปัญหามากก็คือ ทุกโรงเรียนในพื้นที่ อ.บ่อเกลือ จะมีเด็กแอลดี-เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ อยู่แทบทุกโรงเรียน อาทิ โรงเรียนบ้านนาคอก  โรงเรียนบ้านนาคอกสาขานาบง

 
“เด็กพวกนี้จะสมาธิสั้น รับรู้ช้า ครูต้องย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งทางครูจะไปบังคับเด็กให้เรียนนานมากก็ไม่ได้ เพราะเด็กจะไม่มาโรงเรียนเลย ซึ่งขณะนี้ก็พยายามแก้ไขด้วยการจัดโครงการ ทุ่มตรง วางทุกอย่าง อ่านทุกคน ขอความร่วมมือครู ผู้ปกครอง และคนในหมู่บ้าน ให้ช่วยเหลือตรวจสอบการอ่านออกเสียงของเด็กวันละอย่างน้อย 10-15 นาที”...    ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาคอกกล่าว
 
ด้าน ดร.กุลยา ก่อสุวรรณ ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้ที่มีความสามารถพิเศษและเด็กที่มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ มศว บอกว่า... อีกสาเหตุของการไม่ชอบอ่านหนังสือ อ่านน้อย อ่านไม่ออก อ่านไม่แตก หรือเขียนหนังสือไม่ได้ คือส่วนหนึ่งเป็นเด็กแอลดี (Learning Disability) ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเด็กออทิสติก, บกพร่องทางสติปัญญา, บกพร่องทางสายตา, บกพร่องทางการได้ยิน ฯลฯ
 
เด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่เด็กปัญญาอ่อน ไอคิวปกติ แต่บกพร่องอยู่ 2 เรื่องคือการอ่าน-เขียน และคณิตศาสตร์ ซึ่ง 80% จะอ่านตะกุกตะกัก อ่านข้ามคำ อ่านจับใจความไม่ได้ พบมากในเด็ก ป.2-ป.4   

“เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจ คิดว่าเด็กขี้เกียจ สมาธิสั้น ไม่ใส่ใจการเรียน จึงไม่ได้สังเกต เมื่อเวลาผ่านไปจนเข้าชั้นมัธยมฯแล้ว เพิ่งจะมารู้ว่าเด็กยังอ่านหนังสือไม่ดีเลย ซึ่งการอ่านเป็นพื้นฐานของการเรียน ดังนั้น เมื่อเรียนอะไรก็จะเรียนไม่รู้เรื่อง แม้จะพยายามเคี่ยวเข็ญมากก็ตาม และส่งผลให้หนีเรียน ขาดเรียน เพราะเรียนไม่รู้เรื่อง” ...ดร.กุลยากล่าว
 
พร้อมทั้งบอกด้วยว่า... มีเด็กแอลดีอยู่ประมาณ 5-10% ของประชากรในวัยเรียนทั่วโลก และ 80% จะมีความบกพร่องเรื่องการอ่าน โดยอาจจะมาจากสาเหตุหลัก ๆ เช่น จากการที่พ่อแม่ไม่สนใจสังเกตการณ์การเรียนของลูก จากการทบทวนบทเรียนด้วยการใช้สื่อใหม่อย่าง วิดีโอ คอมพิวเตอร์ มากเกินไป รวมถึงจากการอ่านในใจก็อาจจะเป็นสาเหตุให้อ่านหนังสือตะกุกตะกักได้ เวลาต้องออกเสียง
 
กับปัญหาในเรื่องนี้ ครูก็ต้องทำงานหนักมากขึ้น อย่างไรก็ดี ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ทั้งสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญ ต้องช่วยกันแก้ไข ซึ่งเด็กไทยยุคปัจจุบันโดยทั่วไปก็ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว อีกทั้งยังมีกลุ่มเด็กแอลดีอีก ปัญหา “เด็กไทยอ่านหนังสือไม่ออก-ไม่คล่อง” ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น
 
ขนาดเด็กในพื้นที่กรุงเทพฯเมืองหลวงก็ยังมีปัญหานี้
แล้วเด็กในต่างจังหวัดห่างไกลล่ะ...จะขนาดไหน ??
 
“อ่านไม่ออก-อ่านไม่คล่อง” เด็กไทยยังน่าห่วง !!!!.

ที่มาของข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์

 




หน้าแรก l ติดต่อเว็บมาสเตอร์ l ติดต่อโฆษณา l เกี่ยวกับน่าน2เดย์และลิขสิทธิ์ l Site Map l เพิ่มเว็บไซต์ l เว็บไซต์มาใหม่
ติดต่อเว็บมาสเตอร์ อีเมล์ webmaster@nan2day.com โทรศัพท์ 0811688994
ติดต่อประชาสัมพันธ์ pr@nan2day.com เพื่อประชาสัมพันธ์กิจการงานของท่าน ออนไลน์
MSN ; moozerdoi@hotmail.com